The Passion-Skill Matrix เมื่อสิ่งที่รัก + สิ่งที่มีทักษะ


สารภาพว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ติดกับดักของการค้นหา Passion และ Purpose ของตัวเองอยู่เสมอ และมักรู้สึกกดดันตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า “อายุก็เพิ่มมากขึ้นทุกปี… ทำไม “จุดมุ่งหมาย” ของชีวิตยังไม่ชัดสักที!!?”

เมื่อต้นสัปดาห์ผมได้แชร์โพสต์เรื่อง Passion จากวิดีโอของคุณ Jay Shetty ซึ่งแกให้คีย์เวิร์ดที่น่าสนใจมากคือ — คนมักรู้สึกกดดันว่าต้องหาจุดมุ่งหมายให้เจอก่อนอายุ 20, 30 หรือ 40 ปี แต่ความจริงคือ “จุดมุ่งหมายในชีวิต” (Purpose) ไม่ใช่อะไรที่ตายตัวหรือต้องหาให้เจอในช่วงอายุนี้เท่านั้น!! แต่มันคือกระบวนการ สะสมประสบการณ์ใหม่ (Collecting) แล้วค่อยๆ เชื่อมโยงกับประสบการณ์เก่าไปเรื่อยๆ (Connecting)

ถึงแม้โพสต์นั้นจะอธิบายเนื้อหาหลักไปแล้ว แต่ผมยังรู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ เนื่องจากมิติของ Quadrant of Potential ที่คุณ Jay กล่าวถึงนั้น มีแง่มุมที่สามารถอธิบายร่วมกับหลักการของ #การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning หรือ SEL) ได้อย่างลงตัว จึงขออธิบายเพิ่มในโพสต์นี้ครับ

คุณ Jay Shetty ได้หยิบเรื่องนี้มาเล่าไว้ในวิดีโอที่ชื่อว่า Find Your Life’s Purpose By Doing This ONE Thing ซึ่งผมขอเรียกมันง่ายๆ ว่า Passion–Skill Matrix มันคือกรอบคิดที่ช่วยจัดประเภทงาน กิจกรรม หรือเส้นทางอาชีพของเรา โดยอิงจากสองตัวแปรหลัก:

  • เราชอบมันมากแค่ไหน (Passion)
  • เราทำมันได้ดีแค่ไหน (Skill)

สองตัวแปรนี้สร้าง 4 โซน ที่ช่วยให้เราเห็นภาพรวมว่าสิ่งที่ทำอยู่ อะไรเพิ่มพลัง และอะไรดูดพลังเราอยู่:

  1. Growth Zone – ชอบ + ยังไม่เก่ง
  2. Purpose Box – ชอบ + เก่ง
  3. Failure Zone – ไม่ชอบ + ไม่เก่ง
  4. Default Zone – ไม่ชอบ + เก่ง
Growth Zone
ชอบ + ยังไม่เก่ง
(Passion but No Skill)
Sweet Spot (Purpose Box)
ชอบ + เก่ง
(Passion and Skill)
Failure Zone
ไม่ชอบ + ไม่เก่ง
(No Passion and No Skill)
Default Zone
ไม่ชอบ + เก่ง
(No Passion but Skill)

SEL คือ กระบวนการเรียนรู้ (process) เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และเจตคติ ผ่านแกนหลัก 5 ข้อ เช่น ตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) จัดการตนเอง (Self-management) ไปจนถึงการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible decision-making)

กรอบคิดนี้สอดคล้องกับ SEL เพราะ:

  • Passion = สัญญาณทางอารมณ์ → ต้องใช้ Self-awareness
  • Skill = จุดแข็ง + feedback → ต้องใช้ Self-awareness
  • การเลือกโซนที่จะโฟกัส → คือการใช้ทักษะ Responsible decision-making
  • การฝึกฝนให้เก่งขึ้น → ต้องใช้ Self-management

สรุปสั้นๆ คือ การใช้กรอบนี้ไม่ได้เป็นแค่การค้นหาสิ่งที่ชอบ+เก่ง แต่เป็นการเลือก “ชีวิตที่สอดคล้องกับตัวตนและหัวใจ” ของเราด้วยครับ!


“อะไรที่ฉันอยากเก่งขึ้นเพราะชอบมันจริงๆ?”

โซนนี้คือพื้นที่แห่งการเติมเต็มศักยภาพครับ มันค่อนข้างจะ challenge หน่อย เป็นโซนที่หัวใจเรารู้ว่า “ใช่” แต่ยังต้องพัฒนาเพิ่ม ดังนั้น จุดนี้ต้องใช้ Self-management เยอะมาก เช่น…

  • ความมีวินัย
  • ความสม่ำเสมอ
  • ความพยายาม
  • ใจสู้ ไม่ล้มเลิกง่ายๆ
  • Growth Mindset

ลองถามตัวเองว่า:

  • ฉันอยากพัฒนาสิ่งนี้ไหม?
  • รักมันมากพอที่จะลงทุนเวลาไหม?
  • ฉันเริ่มตรงไหนได้บ้าง?

สิ่งที่คุณควรทำ →  เรียนรู้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับความหลงใหลนั้น (เช่น การถ่ายภาพ) เพื่อผลักไปสู่ Sweet Spot (Q2)

“อะไรคือสิ่งที่ทำแล้วรู้สึกเป็นตัวเองที่สุด?”

นี่คือจุดที่ความถนัดและความชอบมาบรรจบกันพอดี เป็นพื้นที่ที่ตัวเรา…

  • ทำได้ดี
  • ทำแล้วรู้สึกดี
  • เกิดสภาวะลื่นไหล (flow)
  • เติบโตได้โดยไม่เหนื่อยล้าเกินไป

จุดนี้ต้องใช้ “การรู้จักตัวเอง” หรือ self-awareness ใน SEL เพื่อดูออกว่าอะไรเติมพลังเราจริงๆ — not what people expect.

ลองถามตัวเองว่า:

  • ทำอะไรแล้วลืมเวลา?
  • คนชมเราเรื่องอะไรที่เราก็ชอบทำ?
  • เราเป็น “ตัวเองที่สุด” ตอนทำอะไร?

สิ่งที่คุณควรทำ →   นี่คือ Purpose Box! พยายามดึงกิจกรรมจากช่องอื่นให้เข้ามาสู่ช่องนี้ให้ได้มากที่สุด

โซนนี้ไม่ต้องอธิบายเยอะเลยครับ 😂 เพราะมันคือ…

  • ตัวดูดพลังหลัก
  • ไม่ถนัด
  • ไม่ชอบ
  • ไม่ได้พาเราไปสู่เป้าหมายใดๆ

SEL ช่วยให้เรากล้าตั้งขอบเขต และทำสิ่งที่ดีต่อใจตัวเองมากขึ้น ถามตัวเองว่า:

  • ฉันจำเป็นต้องทำสิ่งนี้จริงๆ ไหม?
  • มีใครทำแทนได้ไหม?
  • มันส่งผลต่ออารมณ์และสุขภาพใจฉันอย่างไร?

สิ่งที่คุณควรทำ → จ้างคนอื่นทำ ทำแค่เท่าที่จำเป็น หรือลดความเครียดและเพิ่มพื้นที่ให้สิ่งที่เติมพลัง

“ทำได้ดี…แต่ทำแล้วหมดไฟ?”

นี่คือโซนอันตรายของคนทำงานหลายคนครับ เหตุผลหลักที่ทำให้เรายังติดอยู่ที่นี่ เช่น:

  • รายได้ดี
  • คนอื่นคาดหวัง
  • ความเคยชิน
  • มันคือ “บทบาท” ความรับผิดชอบ

แต่หากเราเพิ่ม self-awareness มันจะช่วยให้เราอ่านอารมณ์ตัวเองออกว่า:

  • ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกอะไร?
  • สิ่งนี้สอดคล้องกับคุณค่าฉันไหม?
  • ฉันฝืนอยู่เพราะอะไร?
  • พอจะลด แบ่งงาน หรือปรับบทบาทได้ไหม?

*ผมไม่ได้บอกว่าโซนนี้แย่นะครับ เพราะบางที Default Zone ก็จำเป็น แต่เราต้องมีเครื่องมือในการรู้ทันใจตัวเองอยู่เสมอครับ หากไม่เช่นนั้น… การอยู่โซนนี้นานๆ มันอาจทำให้เราค่อยๆ สูญเสียตัวตนไปโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่คุณควรทำ → ลด–แบ่งงาน–ตั้งขอบเขต หรือหาวิธีสร้างความหมายและความตื่นเต้นในทักษะนั้น เพื่อผลักดันมันเข้าสู่ “Purpose Box” (Q2)


แบบฝึกนี้จะช่วยให้คุณเห็นความจริงใหม่ๆ เกี่ยวกับตัวเองทันที

  1. ตั้งต้น: เอางานหรือสิ่งที่ทำอยู่มาเป็นตัวตั้ง (ลิสต์ออกมา 5-10 อย่าง)
  2. เช็ก Passion: ให้คะแนน 1–5
    – ฉันตื่นเต้นไหม?
    – มันมีความหมายกับฉันไหม?
    – ฉันอยากทำอีกไหม?
  3. เช็ก Skill: ให้คะแนน 1–5
    – ฉันทำได้ดีแค่ไหน?
    – คนอื่นมาขอให้ช่วยเรื่องนี้ไหม?
    – ผลลัพธ์ถือว่าดีไหม?
  4. จัดเข้ากรอบ: คะแนน Passion + Skill จะพาไปยังโซนที่ใช่โดยอัตโนมัติ
  5. สังเกตความรู้สึก
    – แต่ละโซนทำให้ฉันรู้สึกยังไง?
    – ฉันอยากให้ชีวิตมีสมดุลแบบไหน?
  6. ลองเลือก 1 อย่างในช่อง Growth Zone เพื่อพัฒนาตนเองให้ย้ายไปสู่ช่อง Purpose Box!
  7. ลองเลือก 1 อย่างในช่อง Default/Failure ที่อยากลด

บทสรุปส่งท้าย

การใช้กรอบคิด The Passion–Skill Matrix มาเชื่อมกับ SEL จะไม่ได้แค่ช่วยให้เราค้นหาสิ่งที่ชอบ+เก่ง แต่ช่วยให้เราเลือก “ชีวิตที่สอดคล้องกับตัวตนและหัวใจ” ของเราด้วย! ดังนั้น อย่าปล่อยให้ความกดดันเรื่องอายุมาขวางกั้นการเติบโตของตัวเราครับ! 😉

Sources:

  1. Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning. (2020). SEL framework. CASEL. https://casel.org
  2. Dweck, C. S. (2006). Mindset: The new psychology of success. Random House.
  3. Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. Free Press.
  4. Duckworth, A. (2016). Grit: The power of passion and perseverance. Scribner.
  5. Csikszentmihalyi, M. (1990). Flow: The psychology of optimal experience. Harper & Row.
Picture of Armer Khanachang

Armer Khanachang

Founder at SELminder,

Share to

Related Posts

บทความล่าสุด

วิชาคุยกับตัวเอง

Self-talk ที่ดีคือเสียงที่ “ไม่ซ้ำเติมตัวเอง” —การไม่ซ้ำเติมตัวเอง ไม่ใช่การหลอกตัวเองไปวันๆ แต่มันคือการยอมรับว่า “เราอ่อนแอได้ เราพลาดได้”

Emotional Energy Wheel: วงล้อเช็กพลังใจ

Emotional Energy Wheel หรือ วงล้อเช็กพลังใจ ไม่ได้บอกว่าคุณเป็นใคร หรือควรทำอะไร? มันแค่บอกว่า “ตอนนี้อารมณ์ความรู้สึกของคุณอยู่ตรงไหน?”