เป้าหมาย SMARTER Goal + 8 มิติชีวิต



ใกล้สิ้นปีแล้ว… หลายคนคงเริ่มนึกถึงเป้าหมายปีใหม่กันแล้วใช่มั้ยครับ? แต่เคยสงสัยบ้างไหมครับว่า… ทำไมทุกครั้งที่เราตั้งเป้าไว้สวยงาม สุดท้ายแล้วกลับไปไม่ถึงซะอย่างนั้น?⁣

จริงๆ แล้วคำตอบมันง่ายมากกก..! เพราะเป้าหมายที่เราตั้งไว้ อาจจะยังไม่ใช่สิ่งที่ใจเราอยากได้จริงๆ หรือไม่ก็ตั้งโดยที่ไม่ได้คิดถึง “ความเป็นจริง” กับ “อารมณ์ความรู้สึก” ของตัวเองเท่าไหร่ พอทำไปสักพักก็เลยเริ่มรู้สึกเหนื่อย ท้อแท้ หรือยกเลิกไปเองในที่สุด…⁣

การตั้งเป้าหมายที่ดีจริงๆ มันไม่ใช่แค่การบังคับตัวเองให้ขยันขึ้น แต่มันต้องเป็นเหมือน “เข็มทิศ” ที่ชี้นำเราไปสู่ชีวิตที่เราให้คุณค่าจริงๆ ต่างหาก⁣

วันนี้ผมเลยอยากมาแนะนำกรอบคิดที่ชื่อว่า “SMARTER Goal” ซึ่งจะช่วยให้เราตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ยืดหยุ่น และที่สำคัญสอดคล้องกับความจริงของชีวิตตัวเองมากขึ้น // แต่ถ้าใครยังรู้สึกว่า “เฮ้ย ฉันยังไม่รู้เลยว่าจะตั้งเป้าอะไรดี” ผมแนะนำให้ไปอ่านบทความตัวนี้ก่อนนะครับ “ที่ยังรู้สึกว่าชีวิตไม่มีเป้าหมาย อาจเป็นเพราะไม่เคยตั้งคำถาม.. ที่พาไปเจอเป้าหมาย” จะช่วยให้เราเห็นภาพเป้าหมายในชีวิตชัดเจนขึ้นครับ 😊


SMARTER Goal เป็นการพัฒนาต่อจากแนวคิด SMART Goal เดิม โดยเพิ่มองค์ประกอบ 2 ข้อหลัง (E และ R) เข้ามา เพื่อสะท้อนความเป็นมนุษย์และเน้นการจัดการตนเอง (Self-management ใน SEL) มากขึ้น แต่ละตัวก็จะมีความหมายและกรอบคิดแตกต่างกันไป:

ตัวอักษรความหมายคำถามชวนคิด (SEL-Based)
S – Specificเจาะจง (เป้าหมายต้องชัดเจน)ฉันต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตตอนนี้จริง ๆ?
M – Measurableวัดผลได้ (มีตัวชี้วัดความก้าวหน้า)ฉันจะรู้ได้อย่างไรว่าฉันเข้าใกล้เป้าหมายแล้ว?
A – Achievableบรรลุได้ (ไม่เกินความสามารถ)เป้าหมายนี้สอดคล้องกับศักยภาพในตอนนี้ของฉันหรือไม่?
R – Relevantสัมพันธ์กับชีวิตและคุณค่าเป้าหมายนี้ตอบโจทย์ชีวิต หรือสิ่งที่ฉันให้คุณค่าหรือไม่?
T – Time-boundมีกรอบเวลาฉันจะให้เวลากับเป้าหมายนี้นานแค่ไหน?
E – Evaluateประเมินได้ (ทบทวนความคืบหน้า)ฉันจะหยุดมองย้อนกลับเพื่อประเมินอย่างไร?
R – Re-alignปรับเปลี่ยนได้ (เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน)ถ้าแผนไม่เป็นไปตามที่หวัง ฉันจะยืดหยุ่นอย่างไร?

เป้าหมายควรระบุ “สิ่งที่ต้องการทำ” อย่างเฉพาะเจาะจง ไม่คลุมเครือ

ตัวอย่าง:

  • “อยากสุขภาพดีขึ้น” → ✓ “อยากวิ่งให้ได้ 2 กิโลเมตรต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3 วัน”
  • “อยากมีความสุขขึ้น” → ✓ “อยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวอย่างน้อย 1 ชั่วโมงทุกเย็น”
  • “อยากเก่งภาษาอังกฤษ” → ✓ “อยากพูดบทสนทนาเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องแปลในหัว”

ต้องมีตัวชี้วัดหรือเกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อประเมินความคืบหน้า

ตัวอย่าง:

  • นับจำนวนครั้งที่ออกกำลังกายใน 1 สัปดาห์
  • ทำแบบทดสอบหลังเรียนคอร์สออนไลน์ทุกครั้ง แล้วบันทึกคะแนนไว้
  • จดจำนวนครั้งที่เกิดอารมณ์หงุดหงิด แล้วดูแนวโน้มแต่ละสัปดาห์

เป้าหมายควรสอดคล้องกับศักยภาพ ทรัพยากร เวลา หรือสภาพแวดล้อม

ตัวอย่าง:

  • จากเดินวันละ 10,000 ก้าว → เริ่มจาก 5,000 ก้าว แล้วค่อยเพิ่มทีละนิด
  • อยากอ่านหนังสือเดือนละ 4 เล่ม → เริ่มจาก 1 เล่มเพื่อสร้างนิสัยก่อน
  • อยากฝึกสมาธิวันละ 30 นาที → เริ่มจาก 5 นาทีโดยใช้เสียงนำสมาธิ

เป้าหมายควร “มีความหมาย” กับชีวิต ไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นคาดหวังจากเรา

ตัวอย่าง:

  • อยากดูแลสุขภาพ เพราะอยากมีแรงเล่นกับลูก ไม่ใช่เพราะอยากผอม
  • เรียนรู้เรื่องการจัดการอารมณ์ เพราะรู้ว่าตัวเองมักระเบิดใส่คนที่รัก
  • ออมเงิน เพื่อความมั่นคงในชีวิตตอนแก่ ไม่ใช่เพราะตามเทรนด์

ตั้งกรอบเวลาเพื่อสร้างแรงจูงใจและความรับผิดชอบ

ตัวอย่าง:

  • อ่านหนังสือให้จบ 1 เล่ม ภายใน 30 วัน
  • ฝึกโยคะให้ครบ 10 ครั้ง ภายใน 2 สัปดาห์
  • ส่งอีเมลสมัครเรียนภายในวันศุกร์นี้

วางแผนช่วงเวลาที่จะทบทวนความคืบหน้า เพื่อปรับปรุงหรือเปลี่ยนแผน

ตัวอย่าง:

  • เขียน Reflection สัปดาห์ละ 1 ครั้งว่า “สัปดาห์นี้ฉันเข้าใกล้เป้าหมายไหม?”
  • ตั้งแจ้งเตือนในปฏิทินทุก 14 วัน เพื่อทบทวนความรู้สึก/ความก้าวหน้า
  • ใช้เครื่องมือเช่น Habit Tracker หรือ Journal เพื่อดูความสม่ำเสมอ

ถ้ายังไปไม่ถึง ก็เปลี่ยนแผนได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป้าหมาย

ข้อนี้จะคล้ายกับ High Bar – Low Bar Technique แนวคิดของเทคนิคนี้คือ “ทำน้อยก็ยังดีกว่าไม่ทำ” กล่าวคือ เมื่อเราเซ็ต High Bar ขั้นสูงสุดที่คุณจะทำต่อเป้าหมายนั่นไว้ ก็ควรเซ็ต Low Bar คือ น้อยที่สุดที่คุณจะทำกับเป้าหมาย ตัวอย่างเช่น การออกกำลังกาย คุณตั้ง Low Bar ไว้ว่าอย่างน้อยต้องกายกระโดดตบ 30 ที เป็นต้น

ตัวอย่าง:

  • ถ้าตื่นมาวิ่งไม่ไหว จะเปลี่ยนเป็นเดิน 20 นาทีแทน
  • ถ้าเครียดจากงานมาก จะลดเวลาฝึกทักษะลง แต่ยังทำต่อเนื่อง
  • ถ้าไม่สามารถเรียนคอร์สออนไลน์ได้ตอนเย็น จะย้ายไปเรียนวันเสาร์แทน

Image source: https://shcs.ucdavis.edu/health-and-wellness/eight-dimensions-wellness


การตั้งเป้าหมายที่ดีควรพิจารณาให้ครอบคลุมทุกด้านของชีวิต เพราะชีวิตของเรามีหลายบทบาท หลายอารมณ์ และหลายหน้าที่ นี่คือ 8 Dimensions of wellness จากงานวิจัย (Stoewen D. L., 2017) ที่คุณสามารถใช้เป็นกรอบในการตั้งเป้าหมายแบบ SMARTER:

ความเชื่อ, การค้นหาความหมายในชีวิต, การเชื่อมโยงกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า
*แม้จะไม่ใช่เรื่องศาสนาโดยตรง แต่มิติทางจิตวิญญาณสะท้อนความลึกภายใน เช่น ความสงบ ความเมตตา หรือการให้อภัย

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: ฝึกสติวันละ 10 นาที
M: ใช้แอปจับเวลา
A: เริ่มจากวันเว้นวันก็ได้
R: เพราะฉันรู้สึกว่าใจฉันฟุ้งซ่านง่าย
T: ทำต่อเนื่อง 30 วัน
E: บันทึกความรู้สึกหลังฝึก
R: ถ้าช่วงงานยุ่ง จะลดเหลือ 5 นาทีต่อวัน

ร่างกาย, อาหาร, การนอน, การออกกำลังกาย

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: เดิน 8,000 ก้าวต่อวัน
M: ใช้แอปนับก้าว
T: ทำให้ครบ 5 วัน/สัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์

การเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง (self-awareness), การจัดการอารมณ์ (self-management), ความมั่นคงภายใน, การเยียวยาใจ

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: เขียนบันทึกอารมณ์วันละ 1 หน้า
R: เพื่อช่วยฉันเข้าใจความเครียดและความรู้สึกไม่มั่นคง
R: ถ้าทำไม่ได้ ให้เขียนสั้น ๆ อย่างน้อย 3 ประโยค

ความสัมพันธ์, เพื่อน, ครอบครัว, การใช้เวลาร่วมกัน, การสื่อสาร

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: โทรหาแม่อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง
M: ติดตามผ่านบันทึกโทร
R: เพื่อเติมเต็มความสัมพันธ์ที่ห่างหาย
E: ทุกสิ้นเดือนจะถามตัวเองว่า “รู้สึกใกล้ชิดขึ้นไหม?”

ทักษะ, การเติบโตในอาชีพ, การทำงานที่สอดคล้องกับคุณค่า และสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกว่าชีวิตมีความหมาย

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: สมัครเรียนคอร์สเสริมทักษะสายงานที่รัก
T: ภายในสิ้นเดือนนี้
R: เพื่อเพิ่มโอกาสเปลี่ยนสายงานที่สอดคล้องกับความถนัดและคุณค่า

เปิดรับความรู้ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง รักษาความอยากรู้อยากเห็น และท้าทายความคิดตนเอง

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: อ่านบทความพัฒนาทักษะอาชีพวันละ 1 เรื่อง
T: 5 วัน/สัปดาห์ เป็นเวลา 3 สัปดาห์
E: สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ลงใน Notes ทุกวัน

ตระหนักว่าสิ่งแวดล้อม (บ้าน ที่ทำงาน ธรรมชาติ) ส่งผลต่อสุขภาพและจิตใจของคุณอย่างไร

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: จัดโต๊ะทำงานให้สะอาดและมีมุมธรรมชาติเล็ก ๆ
A: เริ่มจากเก็บวันละจุด
E: ถ่ายรูปก่อน-หลังทุกสัปดาห์เพื่อดูการเปลี่ยนแปลง
R: ถ้าไม่มีเวลา ให้เก็บแค่ 5 นาทีต่อวันก็ได้

การบริหารเงิน, หนี้สิน, การออม, การลงทุน

ตัวอย่าง SMARTER Goal:
S: ออมเงินอย่างน้อย 2,000 บาท/เดือน
M: ดูจากรายการบัญชี
R: สอดคล้องกับเป้าหมายเก็บเงินไปเที่ยวปีหน้า


บทสรุป: การตั้งเป้าหมายที่ “เข้าใจตัวเอง” มากกว่าการ “กดดันตัวเอง”

การตั้งเป้าหมายไม่ควรเป็นแค่ “แรงผลัก” ที่ทำให้คุณต้องขยันขึ้น แต่ควรเป็น “เข็มทิศ” ที่นำพาคุณไปยังชีวิตที่คุณให้คุณค่าจริง ๆ

SMARTER Goal คือเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเชื่อมโยงเป้าหมายกับ “หัวใจ” และ “ความเป็นจริง” ของชีวิต เมื่อคุณนำกรอบนี้ไปใช้ตั้งเป้าหมาย บวกกับกรอบคิด 8 มิติของชีวิต (8 Dimensions of Wellness) คุณจะไม่เพียงแค่ “ถึงเป้าหมาย” เท่านั้น แต่ยัง “เข้าใจตัวเองมากขึ้นในระหว่างทาง” อีกด้วย ขอให้คุณสนุกกับการตั้งเป้าหมายที่ยืดหยุ่นและเติมใจนะครับ! 😉


source:
Stoewen D. L. (2017). Dimensions of wellness: Change your habits, change your life. The Canadian veterinary journal = La revue veterinaire canadienne58(8), 861–862.  https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5508938/

Picture of Armer Khanachang

Armer Khanachang

Founder at SELminder,

Share to

Related Posts

บทความล่าสุด

เป้าหมาย SMARTER Goal + 8 มิติชีวิต

เป้าหมาย SMARTER Goal ช่วยให้คุณเชื่อมโยงเป้าหมายกับ “หัวใจ” และ “ความเป็นจริง” ของชีวิต บวกกับกรอบ 8 มิติของชีวิต ก็จะยิ่งเข้าใจตัวเองมากขึ้น

The Power of Being Alone

The Power of Being Alone หรือพลังของการอยู่คนเดียว (อย่างตั้งใจ) ทำไมมันจึงไม่ใช่ความโดดเดี่ยว แต่คือการเติบโตทางอารมณ์อย่างแท้จริง