นี่เรากำลัง Gaslight ตัวเอง อยู่หรือเปล่า!?

มีเสียงหนึ่งดังขึ้นว่า “…คิดมากไปเองหรือเปล่า?” แต่พอลองฟังดี ๆ ก็พบว่าเสียงนั้นไม่ได้มาจากใครที่ไหนไกล… แต่เป็นเสียงของเราเอง 🥲

Self-gaslighting คือ การที่เราสงสัย ลดทอน หรือปฏิเสธความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเอง เร็วจนบางทีเรายังไม่ทันได้หยุดดูเลยว่า ข้างในกำลังเกิดอะไรขึ้น

และมันมักมาในรูปประโยคธรรมดา ๆ ที่เราพูดกับตัวเองจนติดปาก!



12 ประโยค Self-gaslighting

01 “เรื่องแค่นี้เอง”
เวลาเสียใจหรือหงุดหงิดขึ้นมา เรารีบทำให้มันดูเล็กลงไว้ก่อน

02 “ฉันคิดมากไปเอง”
ยังไม่ทันได้ถามตัวเองเลยว่ากังวลเรื่องอะไรอยู่ ก็รีบสงสัยสิ่งที่ตัวเองรับรู้เสียแล้ว

03 “ฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้เลย”
เหมือนมีกรรมการในใจคอยตัดสินว่าอารมณ์ไหน “ควร” หรือ “ไม่ควร” เกิดขึ้น

04 “คนอื่นเจอหนักกว่านี้ ฉันจะรู้สึกแย่ทำไม”
เอาความทุกข์ของคนอื่นมาวัด แล้วสรุปว่าความทุกข์ของเราไม่นับ

05 “เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก”
อาจจริงที่เขาไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้ารีบเข้าใจเขาจนลืมถามว่า เรื่องนั้นกระทบเรายังไง ใจเราก็ถูกข้ามไปเฉย ๆ

06 “ฉันอ่อนไหวเกินไปเอง”
โทษตัวเองที่รู้สึก แทนที่จะสงสัยว่าอะไรทำให้เรารู้สึกแบบนั้น

07 “ช่างมัน เดี๋ยวก็หาย”
บางเรื่องหายไปเองได้จริง แต่บางเรื่องก็แค่ถูกเก็บไว้ลึกขึ้น และยังรอให้เราหันมาทำความเข้าใจอยู่

08 “ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธ”
ไม่อนุญาตให้อารมณ์บางอย่างเกิดขึ้น เพราะมองว่าเป็นอารมณ์ที่ไม่ดี ทั้งที่ความโกรธก็มักมีเหตุผลของมัน

09 “ฉันคงคิดไปเอง ไม่มีอะไรหรอก”
สิ่งที่เราสังเกตเห็น ถูกปัดทิ้งก่อนที่เราจะได้ลองตรวจสอบมันจริง ๆ

10 “ฉันต้องเข้มแข็งกว่านี้สิ”
มองว่าความเปราะบางคือความอ่อนแอ เลยต้องพยายามกดมันไว้ตลอด

11 “อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่”
เรื่องที่เราบอกว่าไม่ใหญ่ อาจสำคัญกับใจเรามากกว่าที่คิดก็ได้

12 “ฉันน่าจะเป็นฝ่ายผิดเอง”
รีบโยนความผิดมาไว้ที่ตัวเอง ทั้งที่ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

#เสียงที่เราพูดกับตัวเองสิ่งที่อาจกำลังเกิดขึ้น
01“เรื่องแค่นี้เอง”ลดทอนความรู้สึก (minimizing)
02“ฉันคิดมากไปเอง”สงสัยการรับรู้ตัวเอง (self-doubting)
03“ฉันไม่ควรรู้สึกแบบนี้เลย”ตัดสินความรู้สึกตัวเอง (judging feelings)
04“คนอื่นเจอหนักกว่านี้ ฉันจะรู้สึกแย่ทำไม”เปรียบเทียบจนลดทอนความรู้สึก (comparing pain)
05“เขาคงไม่ได้ตั้งใจหรอก”รีบอธิบายแทนอีกฝ่าย (excusing)
06“ฉันอ่อนไหวเกินไปเอง”โทษตัวเองที่รู้สึก (self-blaming)
07“ช่างมัน เดี๋ยวก็หาย”รีบปัดความรู้สึกทิ้ง (dismissing)
08“ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธ”ไม่อนุญาตให้ตัวเองรู้สึก (disallowing)
09“ฉันคงคิดไปเอง ไม่มีอะไรหรอก”สงสัยและปัดทิ้งการรับรู้ของตัวเอง (doubting perception)
10“ฉันต้องเข้มแข็งกว่านี้สิ”กดความเปราะบาง (suppressing vulnerability)
11“อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่”ทำให้ประสบการณ์ตัวเองเล็กลง (downplaying)
12“ฉันน่าจะเป็นฝ่ายผิดเอง”รีบโยนความผิดกลับมาที่ตัวเอง (self-blaming)

บทสรุปส่งท้าย

การไม่ปฏิเสธความรู้สึก ไม่ได้แปลว่า เราต้องเชื่อทุกความคิดที่ผุดขึ้นมา — อย่างที่ผมย้ำเสมอใน SELminder ว่า “ความรู้สึกคือข้อมูล” (Emotions are information)

มันกำลังบอกว่าข้างในเราเป็นอย่างไร
แต่ยังไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมดว่าความจริงเป็นอย่างไร

เราจึงสามารถยอมรับและบอกตัวเองได้อย่างเต็มปากว่า…

  • “ตอนนี้ฉันกำลังเสียใจ”
  • “คำพูดนั้นกระทบใจฉันจัง”
  • “ฉันกำลังโกรธ”
  • “เรื่องนี้ทำให้ฉันไม่สบายใจ”

เมื่อยอมรับแล้ว ค่อยเปิดพื้นที่ให้ตัวเองได้ถามต่ออย่างอ่อนโยนว่า:

  1. เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
  2. เรากำลังตีความเรื่องนี้ยังไงอยู่?
  3. มีอะไรที่เรายังไม่รู้หรือมองข้ามไปไหม?
  4. แล้วความรู้สึกนี้กำลังพยายามบอกอะไรเรา?

นี่คือส่วนหนึ่งของ Self-awareness ใน Social and Emotional Learning (SEL) เพราะการเข้าใจตัวเองไม่ได้เริ่มจากการรีบทำให้อารมณ์หายไป แต่เริ่มจากการยอม “มองเห็น” สิ่งที่เกิดขึ้นข้างในก่อน 💙

Picture of Armer Khanachang

Armer Khanachang

Founder at SELminder,

Share to

Related Posts

บทความล่าสุด

นี่เรากำลัง Gaslight ตัวเอง อยู่หรือเปล่า!?

Self-gaslighting คือ การที่เราสงสัย ลดทอน หรือปฏิเสธความรู้สึกและประสบการณ์ของตัวเอง เร็วจนบางทีเรายังไม่ทันได้หยุดดูเลยว่า ข้างในกำลังเกิดอะไรขึ้น