4 ระดับการฟัง คุณอยู่เลเวลไหน!? By Otto Scharmar’s

4 ระดับการฟัง

คำถามที่ว่า “คุณฟังอยู่จริงๆ หรือเปล่า…?” ดูเหมือนเป็นคำถามเรียบง่ายแต่กลับสะท้อนความเป็นจริงในโลกปัจจุบันได้อย่างเจ็บแสบ โลกที่เต็มไปด้วยเสียงแจ้งเตือนจาก Notification ต่างๆ รวมทั้งสิ่งที่คอยกระตุ้นเร้าเราอยู่ตลอดเวลา การพูดคุยหรือรับฟังลดลงเหลือเพียงการส่งข้อความหรือการคอมเม้นท์ผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดคำถามตัวโตๆ ว่า “…นี่เรากำลังเชื่อมต่อกับผู้อื่นในระดับที่มีความหมาย มีการพูดคุยและรับฟังกันจริงๆ หรือไม่?⁣

⁣การได้พูดคุย แบ่งปันความรู้สึก หรือการรับฟังกลายเป็นสิ่งที่หายากและมีคุณค่าอย่างมาก… บทความนี้อยากชวนคุณผู้ฟังโฟกัสที่ทักษะที่สำคัญมากตัวหนึ่ง ในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น (relationship skill) ซึ่งก็คือ ทักษะการฟัง ซึ่งเป็นทักษะสำคัญหนึ่งใน การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (social and emotional learning; SEL)

⁣เรื่องราวจากหนังสือ Input โดยอาจารย์ซิออน คาบาซาวะ ได้สรุปคำว่า “การรับฟัง” ไว้อย่างน่าสนใจว่า —การรับฟังมีความหมายตรงตัวคือ การยอมรับ → ที่จะฟัง และการรับฟังไม่ใช่การฟังแค่เฉพาะสิ่งที่เราอยากฟัง แต่เป็นการตั้งใจฟังสิ่งที่อีกฝ่ายอยากพูดหรืออยากสื่อสารออกมา —ซึ่งเป้าหมายอีกข้อของการฟังคือ การทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถึงความสำคัญของตนเอง “…เขาตั้งใจฟังฉันพูด …เขายอมรับในตัวฉัน”⁣


4 ระดับการฟัง ของชาร์เมอร์


⁣จากผลการศึกษาวิจัยโดยคุณออตโต ชาร์เมอร์ ได้แบ่ง 4 ระดับการฟัง (Otto Scharmer’s 4 Levels of Listening) ได้แก่ Downloading, Factual Listening, Empathic Listening และ Generative Listening

ระดับการฟังแบบพื้นฐานที่สุด เราฟังโดยใช้ระบบอัตโนมัติ กรองข้อมูลผ่านชุดความเชื่อ ประสบการณ์ และการตัดสินจากตัวเรา

  • ตัดสินสิ่งที่ฟัง⁣
  • เลือกฟังเฉพาะสิ่งที่ตรงกับความเห็นตนเอง⁣
  • ดูเหมือนฟังแต่ใจอาจไม่อยู่กับคนตรงหน้า⁣

เป็นระดับการฟังที่เปลี่ยนโฟกัสไปที่เนื้อหาของข้อความ มุ่งหวังที่จะเข้าใจข้อเท็จจริง และรายละเอียดต่างๆ

  • พยายามจับประเด็น สนใจในเรื่องราว ⁣
  • ถามคำถามเพื่อเคลียร์ความเข้าใจ⁣
  • ไม่มีการเปรียบเทียบกับความเห็นเดิมของตนเอง⁣
  • อาจมีบ้างที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ฟัง (แต่วางความคิดเพื่อฟังต่อ)⁣
  • ไม่พูดแทรก ไม่แย่งซีน ไม่เผลอชี้แนะหรือสอนสั่ง⁣

เป็นการรับฟังที่พยายามทำความเข้าใจอารมณ์และมุมมองของผู้พูด เราพยายามมองโลกผ่านมุมมองของพวกเขา เป็นการฟังที่เราพยายามเชื่อมต่อกับผู้พูด

  • ฟังได้มากกว่าแค่ข้อเท็จจริง⁣
  • ฟังแบบมองผ่านความคิด ความรู้สึกของเขา⁣
  • เข้าอกเข้าใจ รับรู้ในสิ่งที่เขารู้สึก (โดยไม่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง)⁣
  • ไม่เปรียบเทียบตัวเขากับคุณค่าที่ยึดถือของตัวเรา⁣
  • สังเกตในสิ่งที่เขาไม่ได้พูด เช่น ภาษากาย สีหน้า⁣

นี่คือจุดสูงสุดของการรับฟัง เราก้าวข้ามคำพูดของผู้พูดและพยายามต่อยอดไปถึงการทำความเข้าใจเชิงลึก การมองหาแนวคิดและความเป็นไปได้ใหม่ ๆ

  • เป็นการฟังที่ก้าวไปไกลกว่าการเชื่อมต่อกับผู้พูด⁣
  • พยายามเชื่อมต่อกับ Core ideas เพื่อมองหาความเป็นได้หรือโอกาสใหม่ๆ ⁣
  • กระตือรือร้น ค้นหาพลัง มองไปข้างหน้า⁣


เทคนิคฝึกฝนการฟังแบบชาร์เมอร์


เมื่อผสมผสานกรอบการฟังของชาร์เมอร์เข้ากับชุดเครื่องมือการสื่อสาร สามารถช่วยปลดล็อกโลกแห่งการฟังการทำความเข้าใจของตัวคุณให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น และการตัดสินใจที่ดียิ่งใหญ่ขึ้น นี่คือเคล็ดลับในการพัฒนาทักษะการฟังของคุณ:

  • จงมีสติ: ให้ความสนใจกับผู้พูดตรงหน้าอย่างเต็มที่
  • ฝึกความเห็นอกเห็นใจ: ยอมรับสิ่งที่รับฟังโดยไม่ตัดสิน และคอยตรวจสอบความรู้สึกของผู้พูดอยู่เสมอ
  • ถามคำถามปลายเปิด: กระตุ้นให้ผู้พูดได้ขยายความและเจาะลึกมากขึ้น
  • อย่ากลัวเมื่อเกิดความเงียบ: ฝึกมายเซ็ตว่าความเงียบเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ และรอได้ถ้ายังไม่ได้มีใครจะพูดอะไร

⁣โดยสรุป —คนที่รับฟังเป็น! กลายเป็นสิ่งหายากในยุคปัจจุบัน การที่เราสามารถฝึกฝนทักษะการรับฟังได้ ยอมเกิดประโยชน์กับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการเสริมบุคคลิกของการเป็นผู้นำ การดูเป็นคนที่อยู่ใกล้ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ รวมทั้งการได้เชื่อมโยงโลกภายนอก (ผ่านเสียงที่ได้รับฟัง) และโลกภายนอก (ผ่านอารมณ์และความรู้สึก)


References:
Scharmer, O. (2018). The Essentials of Theory U: Core Principles and Applications. CA: Berrett-Koehler Publishers.

Picture of Armer Khanachang

Armer Khanachang

Founder at SELminder,

Share to

Related Posts

บทความล่าสุด

ความใจดีที่สมดุล ต้องมี “ตัวคุณ” อยู่ในสมการด้วย

ถ้าคุณกำลังดูแลคนอื่นจาก “ถังใจของตัวเองที่ว่างเปล่า” สิ่งที่ส่งออกไปนั้นไม่ใช่ความใจดีจริงๆ แต่คือความฝืนทนที่กำลังรอเวลานับถอยหลัง

เจาะลึก ‘กรวยแห่งอนาคต’

ความกังวลไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่คือสิ่งที่ต้อง “ทำความเข้าใจ” เมื่อเรามีทักษะ SEL ความกังวลจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณที่ช่วยให้เราเติบโต