16 กฎแห่งความสัมพันธ์

16 กฎแห่งความสัมพันธ์


ลองนึกภาพ.. ผมชวนคุณเล่นบอร์ดเกมแต่เราทั้งคู่ไม่รู้วิธีเล่นและในกล่องก็ไม่มีคู่มือ! โห… ทุกอย่างคงดูงงไปหมด ไม่รู้ว่ากติกาคืออะไร? เล่นไปเพื่ออะไร? แล้วจะเริ่มตรงไหนดีเนี่ย?!

ผมว่า ชีวิต” ก็เหมือนกันเลยครับ โดยเฉพาะเวลาที่เราต้องสร้างความสัมพันธ์กับผู้คนรอบข้าง ถ้าเราไม่เข้าใจ “กฎ” ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องที่ดูเหมือนง่าย ๆ อย่าง “การสร้างความสัมพันธ์” บางทีมันอาจจะกลายเป็นเรื่องที่ยากโคตร ๆ ไปเลยก็ได้!

หนังสือ The Rules of People (ครองใจคนได้ง่ายนิดเดียว) ของ Richard Templar ที่รวบรวมกฏเรื่องความสัมพันธ์ไว้มากถึง 100 กฏ ได้เผยให้เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีมันไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแบบอยู่ดี ๆ ก็ปิ๊งกันได้เลยนะครับ!! แต่มันต้องอาศัยสกิลสำคัญหลายอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสื่อสาร การเข้าใจคนอื่น หรือแม้แต่การจัดการความขัดแย้ง —ซึ่งสอดคล้องพอดีกับ #ทักษะการสร้างและรักษาความสัมพันธ์ (Relationship Skills) หนึ่งในห้าความสามารถหลักตามกรอบแนวคิดของ SEL (Social and Emotional Learning) ที่เพจของเราให้ความสำคัญอยู่

ผมเลยรวบรวมและสรุป 16 กฎแห่งความสัมพันธ์ มาฝากทุกคน โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดหลัก ๆ ให้เข้าใจง่าย ตามนี้เลยครับ!


16 กฎแห่งความสัมพันธ์

การจะเข้าหาใครสักคนก็เหมือนกับการ Pairing Bluetooth ถ้าต่างฝ่ายต่างกด approve เราก็จะเชื่อมต่อกันได้ แต่ถ้าคนใดคนหนึ่งกดปฏิเสธ ก็คงคุยกันไม่รู้เรื่อง

The Rule of Approachability — เคยเจอคนที่แค่เห็นหน้าก็รู้สึกอยากเข้าไปคุยด้วยไหม? นั่นแหละครับคือการเข้าหาได้ง่ายในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น รอยยิ้มที่อบอุ่น ภาษากายที่เปิดรับ และ การสบตา ที่เหมือนเป็นสัญญาณเชิญชวนบอกคนอื่นว่า “สวัสดี ฉันเป็นมิตรนะ ปลอดภัยด้วย!” ถ้าคุณดูปิดกั้นหรือไม่น่าดึงดูด ผู้คนก็จะไม่กล้าเข้าหาจริงไหมครับ?

Try this! ครั้งหน้าที่คุณเจอคน ลองผ่อนคลายท่าทาง สบตากับพวกเขา แล้วยิ้มอย่างจริงใจดูสิ แล้วคุณจะสังเกตได้เลยว่าบทสนทนามันจะไหลลื่นขึ้นเยอะ!

The Rule of Active Listening — เราทุกคนชอบพูดคุยแหละ แต่การเชื่อมโยงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อเรา ตั้งใจฟัง การฟังอย่างตั้งใจไม่ได้หมายถึงแค่ได้ยินคำพูดนะ แต่หมายถึงการเข้าใจคำพูดเหล่านั้นอย่างแท้จริงเลย เพราะเป้าหมายของการฟังคือ “ฟังเพื่อเข้าใจ” ไม่ใช่ “ฟังเพื่อรีบตอบ” ครับ

Try this! เมื่ออีกฝ่ายพูดจบ ลองพูดทวนสิ่งที่เขาพูดดูสิ เช่น “ถ้าฉันเข้าใจถูก คุณหมายถึงว่า…” วิธีนี้จะช่วยให้คู่สนทนารู้ว่าเราตั้งใจฟังจริง ๆ นะ!

The Rule of Shared Interests — เคยสังเกตไหมว่าเวลาเราชอบอะไรเหมือนกันกับใคร เราจะรู้สึกสนิทกับคนนั้นขึ้นมาทันทีเลย? นั่นแหละครับเพราะความสนใจร่วมกันช่วยสร้าง สายสัมพันธ์ (bonds) ได้อย่างดีเยี่ยม!

Try this! ลองถามคำถามปลายเปิดเพื่อค้นหาจุดร่วมดูสิ เช่น “ช่วงนี้คุณสนใจอะไรเป็นพิเศษเหรอ?” บางทีคุณอาจจะเจอจุดที่ตรงกันโดยไม่รู้ตัวก็ได้นะ!

The Rule of Genuine Curiosity — ผู้คนชอบที่รู้สึกว่า “ตนเองมีคุณค่า” ดังนั้น เมื่อคุณมีความอยากรู้อยากเห็นอย่างแท้จริงเกี่ยวกับชีวิตของพวกเขา มันก็เป็นวิธีที่ดีในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นขึ้นได้เลย!

Try this! แทนที่จะรีบเล่าเรื่องราวของตัวเอง ให้ถามคำถามเขาเพิ่มเติมดูสิ เช่น “แล้วเรื่องราวเป็นยังไงต่อเหรอ…?” การแสดงออกว่าคุณใส่ใจคำตอบของพวกเขาจริง ๆ จะทำให้เขารู้สึกดีกับคุณมากเลยล่ะครับ


การสร้างความสัมพันธ์ไม่ได้จบแค่การเริ่มต้นบทสนทนา แต่มันต้องมีการดูแลและพัฒนาให้แน่นแฟ้นขึ้นด้วย ผมอยากให้เราลองนึกภาพการดูแลสวนดอกไม้ดูสิครับ — มันต้องการการเอาใจใส่ ความสม่ำเสมอ และความอดทน ถ้าเมื่อไหร่ที่เราปล่อยปละละเลยให้วัชพืชขึ้น “ความสัมพันธ์ก็จะเริ่มถูกแทรกแซงและจืดจางไป”!

The Rule of Consistent Communication — คุณเคยมีเพื่อนที่หายหัวไปหลายเดือนไหมครับ แต่แล้วเขากลับมาอีกครั้งเพราะเดือดร้อนบางอย่างที่ต้องการให้คุณช่วยเหลือ? เป็นไงครับ! รู้สึกดีไหมครับ? 😂 (หัวเราะ) ความสัมพันธ์ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักในที่ทำงานมักจะอ่อนแอลงเมื่อการสื่อสารขาดหาย “ผู้คนต้องการรู้สึกว่ายังจำกันได้ ไม่ใช่แค่ติดต่อมาเมื่อมีปัญหา”!

Try this! คุณไม่จำเป็นต้องทักไปทุกวันหรอกครับ แต่การส่งข้อความสั้น ๆ อย่าง “เป็นยังไงบ้าง?” ก็ช่วยให้ความสัมพันธ์ไม่จืดจางได้ แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการกดไลก์โพสต์หรือส่งมีมตลก ๆ ก็เป็นสัญญาณว่าคุณยังสนใจในชีวิตเขาอยู่!

The Rule of Mutual Respect — ความเคารพไม่ได้หมายถึงแค่การไม่ดูถูกหรือต้องพูดสุภาพตลอดเวลา แต่มันคือรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ปฏิบัติต่อกัน เช่น การฟังโดยไม่ขัดจังหวะ การให้ค่ากับความคิดเห็นของผู้อื่น และ การปฏิบัติต่อกันอย่างเท่าเทียม ไม่มีใครชอบรู้สึกว่าตัวเองถูกเมินหรือถูกกดดันให้ทำตามอีกฝ่ายหรอกครับ!

Try this! ครั้งต่อไปที่คุณอยู่ในการสนทนา ให้หยุดคิดก่อนตอบ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดจริง ๆ ไม่ใช่แค่รอพูดในส่วนของตัวเอง ลองทวนสิ่งที่พวกเขาพูดก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นของคุณดูสิ

The Rule of Trust and Vulnerability — ความไว้วางใจจะเติบโตขึ้นเมื่อผู้คนรู้สึกปลอดภัยเพียงพอที่จะ เปิดใจ ต่อกัน

Try this! ลองเปิดใจเล่าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับตัวเองดูสิ เช่น ปัญหาที่คุณเจอในที่ทำงาน หรือเรื่องผิดพลาดขำ ๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อคุณแสดงให้เห็นว่าคุณไว้ใจอีกฝ่าย พวกเขาก็จะรู้สึกสบายใจที่จะไว้ใจคุณเช่นกัน!

The Rule of Support and Appreciation — คนเราไม่ได้ต้องการแค่ถูกยอมรับ แต่ต้องการรู้สึกว่าตัวเอง มีค่า ด้วย มันง่ายมากที่จะมองข้ามคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ครอบครัว หรือเพื่อนสนิท แต่คำขอบคุณหรือคำชมเชยเล็ก ๆ น้อย ๆ สามารถเปลี่ยนความสัมพันธ์ธรรมดาให้ยั่งยืนได้เลยล่ะครับ!

Try this! ลองฝึกพูดขอบคุณหรือชื่นชมสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ดูสิ เช่น “ขอบคุณที่ช่วยฟังเรานะ” หรือ “วันนี้คุณโฟกัสในการทำงานมากเลย” คำพูดของคุณอาจทำให้อีกฝ่ายมีความสุขทั้งวัน และช่วยให้ความสัมพันธ์ของคุณแข็งแกร่งขึ้นได้จริง ๆ นะ!


ถ้าความสัมพันธ์เป็นเหมือนกีฬาสักอย่าง กฎเหล่านี้จะช่วยให้คุณเป็น โค้ชที่ยอดเยี่ยม ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ทำงาน ในมิตรภาพ หรือในครอบครัว การรู้วิธีช่วยให้คนรอบตัวดึงศักยภาพของตนเองออกมาให้มากที่สุด จะทำให้ชีวิตเต็มไปด้วยพลังบวก เพราะเมื่อผู้คนรู้สึกว่าตัวเองมีค่าและได้รับการสนับสนุน พวกเขาก็จะมีความมั่นใจและตั้งใจทำสิ่งดี ๆ มากขึ้นนะ!

The Rule of Clear Expectations — หลายครั้งที่เราหงุดหงิดเวลาคนรอบข้างทำอะไรไม่ได้ดั่งใจใช่ไหมครับ? แต่พอย้อนกลับไปคิดดูดี ๆ เราก็พบว่าตัวเองไม่เคยบอกพวกเขาอย่างชัดเจนเลยว่าต้องการหรือคาดหวังอะไร แต่ความจริงที่เราต้องยอมรับคือ ไม่มีใครสามารถอ่านใจกันได้ เมื่อเราไม่สื่อสารความต้องการให้ชัดเจน ผลลัพธ์ที่ตามมาก็มักเป็นความสับสน ความผิดพลาด และสุดท้ายคือความผิดหวังของทั้งสองฝ่ายนั่นแหละครับ!

Try this! แทนที่จะหวังให้คนอื่น “รู้เอง” ว่าคุณต้องการอะไร ลองพูดออกไปให้ชัดเจนเลย เช่น ขอให้เพื่อนมาตรงเวลา หรืออธิบายรายละเอียดงานที่คุณคาดหวังให้เพื่อนร่วมทีมทำ การสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยให้ทุกอย่างง่ายขึ้นและลดปัญหาได้เยอะเลย!

The Rule of Positive Reinforcement — หลายคนวิจารณ์คนอื่นได้เก่ง แต่กลับไม่เคยพูดคำชื่นชมเลย! ลองนึกภาพโค้ชที่เอาแต่ตำหนินักกีฬา แต่ไม่เคยให้คำชมเลยดูสิครับ — นักกีฬาคนนั้นคงหมดกำลังใจอย่างรวดเร็วแน่นอน! ความสัมพันธ์ก็เป็นแบบเดียวกัน เมื่อคุณให้การยอมรับและชื่นชมในสิ่งที่คนอื่นทำดี พวกเขาจะมีกำลังใจและอยากพัฒนาตัวเองต่อไปครับ

Try this! ครั้งหน้าถ้าคุณเห็นใครทำอะไรได้ดี ลองพูดออกไป เช่น “ฉันชอบวิธีที่คุณจัดการกับสถานการณ์นั้นมากเลย!” แค่คำพูดเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็สามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างมหาศาลเลยนะ

The Rule of Constructive Feedback — ไม่มีใครชอบถูกตำหนิหรอกครับ แต่การได้รับความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมาก็เป็นสิ่งสำคัญในการพัฒนา จุดสำคัญคือการให้ฟีดแบ็กแบบสร้างสรรค์ ไม่ใช่ทำให้คนฟังรู้สึกแย่ ลองคิดว่า ฟีดแบ็กควรเป็นเหมือนแซนด์วิช — เริ่มต้นด้วยสิ่งที่ดี พูดถึงจุดที่ควรปรับปรุง และจบด้วยคำให้กำลังใจครับ

Try this! แทนที่จะพูดว่า “อันนี้ใช้ไม่ได้นะ” ลองเปลี่ยนเป็น “ฉันชอบไอเดียของคุณมากเลย! แต่บางจุดเราอาจต้องปรับให้เข้ากับโปรเจกต์มากขึ้นนะ โดยรวมแล้ว คุณทำได้ดีเลย” วิธีนี้ช่วยให้คนรับฟีดแบ็กเปิดใจและพร้อมพัฒนาตัวเองมากขึ้นเยอะเลยครับ!

The Rule of Empowerment — ถ้าคุณอยากให้ใครสักคนทำได้ดีที่สุด ให้โอกาสพวกเขาได้แสดงความสามารถ เมื่อคนเรารู้สึกว่าได้รับความไว้วางใจ พวกเขาจะมีความมั่นใจมากขึ้น และกล้าที่จะทุ่มเทให้กับสิ่งที่ทำ มันเหมือนกับการให้กุญแจรถกับใครสักคน—เมื่อพวกเขาได้รับโอกาสขับเอง พวกเขาจะรู้สึกเป็นเจ้าของและรับผิดชอบกับเส้นทางของตัวเองครับ

Try this! ลองให้เพื่อนร่วมงานเป็นคนนำโปรเจกต์ หรือให้เพื่อนเป็นคนเลือกสถานที่ไปเที่ยวในครั้งหน้า การแสดงความไว้วางใจต่อคนอื่น เป็นการช่วยให้พวกเขามีโอกาสเติบโตและประสบความสำเร็จมากขึ้นจริง ๆ ครับ!


ไม่ใช่ทุกคนที่เราพบจะเป็นมิตรหรือง่ายต่อการคุยด้วยจริงไหมครับ? บางคนทำให้เราหมดพลัง บางคนเข้ามาทดสอบความอดทนของเรา หรือไม่ว่าเราจะทำอะไร ก็ดูเหมือนจะไม่พอใจอยู่ดี แต่ข่าวดีคือ เราสามารถรับมือกับคนเหล่านี้ได้อย่างชาญฉลาดด้วยกฎเหล่านี้ครับ!

The Rule of Calmness — เวลาที่ต้องเจอกับคนที่พูดยากหรืออารมณ์ร้อน อารมณ์ของเราก็มักจะปะทุขึ้นตามใช่ไหมล่ะครับ? แต่การโต้กลับด้วยความโกรธก็เหมือนการราดน้ำมันลงกองไฟ — มันจะยิ่งร้อนแรงและบานปลายมากขึ้น!

Try this! เวลารู้สึกโกรธหรือหงุดหงิด ให้หยุดหายใจลึก ๆ สักสองสามครั้ง พยายามตอบกลับด้วยเหตุผลแทนที่จะใช้อารมณ์ คุณไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมของคนอื่นได้ แต่คุณควบคุมปฏิกิริยาของตัวเองได้เสมอ (Self-management)!

The Rule of Setting Boundaries — คนบางคนไม่ค่อยสังเกตขอบเขตของผู้อื่น พวกเขามักจะเรียกร้องมากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่เรายัง “ยอม” ให้เขาทำแบบนั้น และไม่บอกเขาตรง ๆ ว่าควร “พอ” ได้แล้ว การตั้งขอบเขตจึงไม่ใช่การผลักไสหรือปฏิเสธผู้อื่น แต่เป็นการดูแลพลังงานและความสุขในชีวิตของเราเองครับ

Try this! เมื่อมีคนที่ชอบขอความช่วยเหลือจากคุณอยู่เสมอ โดยไม่คำนึงถึงว่าคุณจะเหนื่อยล้าเพียงใด ลองใช้ประโยคง่าย ๆ เช่น “ตอนนี้ฉันไม่สะดวกนะ” หรือ “ฉันช่วยได้เพียงเท่านี้” การปฏิเสธอย่างนุ่มนวลไม่ใช่เรื่องผิด เพราะการดูแลความสุขของตัวเองก็เป็นสิทธิอันชอบธรรมของคุณเช่นกัน!

The Rule of Understanding Their Perspective — หลายครั้งที่เราด่วนตัดสินว่าใครบางคนเป็นคน “เข้าใจยาก” แต่ความจริงแล้ว พวกเขาอาจไม่ได้ตั้งใจให้เป็นเช่นนั้น บางทีพวกเขาอาจกำลังแบกรับปัญหาบางอย่างที่เราไม่อาจล่วงรู้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการแสดงออกและพฤติกรรมของพวกเขาโดยไม่รู้ตัวครับ

Try this! แทนที่จะถามว่า “ทำไมเขาถึงทำตัวแบบนี้?” ลองเปลี่ยนเป็น “เขาอาจกำลังเผชิญกับอะไรอยู่?” เพียงแค่ปรับมุมมองเล็กน้อยเช่นนี้ อาจช่วยให้เราเข้าใจและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้น แทนที่จะปล่อยให้ความหงุดหงิดครอบงำจิตใจ!

The Rule of Disengagement — ไม่ใช่ทุกปัญหาที่เราต้องต่อสู้ และไม่ใช่ทุกความสัมพันธ์ที่ควรค่าแก่การรักษา ถ้าคน ๆ หนึ่งเป็นพิษ ควบคุม หรือทำให้คุณหมดพลังอย่างต่อเนื่อง บางครั้ง ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการก้าวออกมาเพื่อปกป้องตัวเองครับ

Try this! ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อยล้าทุกครั้งที่ต้องอยู่ใกล้ใครบางคน ลองถามตัวเองว่า “ความสัมพันธ์นี้ให้พลังฉัน หรือดูดพลังฉัน?” ถ้ามันส่งผลเสียมากกว่าดี บางทีการถอยออกมาอาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ


เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 16 กฎแห่งความสัมพันธ์ ที่ผมสรุปมาให้? หวังว่าคงจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมของการสร้างและดูแลความสัมพันธ์ได้ชัดเจนขึ้นนะครับ

ไม่ว่าจะเป็นการสร้างสายสัมพันธ์ใหม่ ๆ การประคับประคองมิตรภาพ หรือแม้แต่การจัดการกับความสัมพันธ์ที่ท้าทาย ทุกอย่างล้วนเริ่มต้นที่ “ตัวเราเอง” ครับ การฝึกฝนทักษะเหล่านี้ก็เหมือนกับการออกกำลังกาย ยิ่งเราฝึกบ่อยเท่าไหร่ กล้ามเนื้อความสัมพันธ์ของเราก็จะยิ่งแข็งแรงขึ้นเท่านั้น

จำไว้นะครับว่า ความสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มันคือผลลัพธ์ของการที่เราตั้งใจเรียนรู้ ลงมือทำ และปรับปรุงตัวเองอยู่เสมอ การลงทุนกับทักษะด้านความสัมพันธ์นี้เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต เพราะมันจะช่วยให้ชีวิตคุณเต็มไปด้วยความสุข ความเข้าใจ และการสนับสนุนจากคนรอบข้าง


Sources:

(PDF) “The Rules of People” Richard Templar. Retrieved from: https://www.researchgate.net/publication/376558442_The_Rules_of_People_Richard_Templar_Pravilata_na_horata_Ricard_Tamplar

ครองใจคนได้ง่ายนิดเดียว : The Rules of People. Retrieved from: https://read.tkpark.or.th/ebook/07231f1b-f66b-4e60-a567-a93a6dbf1aba

Picture of Armer Khanachang

Armer Khanachang

Founder at SELminder,

Share to

Related Posts

บทความล่าสุด

ความใจดีที่สมดุล ต้องมี “ตัวคุณ” อยู่ในสมการด้วย

ถ้าคุณกำลังดูแลคนอื่นจาก “ถังใจของตัวเองที่ว่างเปล่า” สิ่งที่ส่งออกไปนั้นไม่ใช่ความใจดีจริงๆ แต่คือความฝืนทนที่กำลังรอเวลานับถอยหลัง

เจาะลึก ‘กรวยแห่งอนาคต’

ความกังวลไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่คือสิ่งที่ต้อง “ทำความเข้าใจ” เมื่อเรามีทักษะ SEL ความกังวลจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณที่ช่วยให้เราเติบโต