12 เหตุผลที่ทำให้คนมักถอดใจ

12 เหตุผลที่ทำให้คนมักถอดใจ


“เราจะเลือกยอมแพ้วันไหน สัปดาห์ไหน เดือนไหนก็ได้ แต่ทำไมต้องเลือกยอมแพ้วันนี้…” ประโยคเรียบง่ายแต่ทรงพลังนี้ ติดอยู่ที่โต๊ะทำงานของผมมานาน แม้จะจำไม่ได้ถึงที่มา แต่ทุกครั้งที่ผ่านสายตาผมก็จะมีแรงฮึดกลับมาได้เสมอ!!

สิ่งหนึ่งที่ได้จากการสังเกตตัวเองคือ “ความรู้สึกอยากยอมแพ้” เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นง่ายมาก วันนี้จึงอยากชวนคุยว่าทำไมผู้คนถึงยอมแพ้? อะไรคือแรงผลักดันลึกๆ ที่ทำให้คนเราเลือกจะ “หยุด” และเดินถอยออกมา?

บทความนี้ ผมดึงข้อมูลมาจาก The SDTEST poll  ที่ได้ทำการสำรวจเหตุผลที่ทำไมผู้คนตัดสินใจยอมแพ้ บูรณาการเข้าบกับทักษะการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม (Social and Emotional Learning หรือ SEL) ที่จะช่วยให้คุณตระหนักรู้และจัดการตนเองได้ดียิ่งขึ้น


12 เหตุผลที่ทำให้คนมักถอดใจ แก้ด้วยทักษะทางอารมณ์และสังคม

เราในยุคที่ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยความเร็ว – มือถือต้องรวดเร็ว เครือข่ายต้องฉับพลัน และบริการต่างๆ ต้องส่งมอบทันทีเพียงคลิกเดียว ทำให้เราตกหลุมพรางของ “วัฒนธรรมรีบร้อน” ที่คาดหวังให้ความสำเร็จเกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน

แต่ความจริงที่ทุกคนหลงลืมคือ “ความสำเร็จ (อย่างแท้จริง) เป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา”

—ทักษะการจัดการตนเอง (Self-management) ของ SEL คือเครื่องมือสำคัญในการควบคุมความรู้สึกหุนหันพลันแล่น เรียนรู้ที่จะ “อดทน” กับกระบวนการเติบโต เพื่อรับมือกับความเบื่อหน่ายและความคับข้องใจ

เมื่อเริ่มไม่เชื่อมั่นในตนเอง ทุกความท้าทายก็จะยากขึ้นมาทันที เพราะความเชื่อมั่นในตนเองคือเชื้อเพลิงที่ขับเคลื่อนเราไปข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเริ่มรู้สึกสงสัยในตัวเอง

—ทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ของ SEL มีบทบาทสำคัญในการพาคุณกลับมาสำรวจตัวตนอย่างลึกซึ้ง เรียนรู้ที่จะยอมรับทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนของตนเอง ปลูกฝังทัศนคติเชิงบวกที่มองอุปสรรคเป็นโอกาสในการเติบโต และสร้างความยืดหยุ่นทางอารมณ์ (Emotional Resilience) เพื่อรับมือกับความท้อแท้

Comfort Zone เปรียบเสมือนเปลือกหอยแสนสวย ที่หากเราอาศัยอยู่ภายในตลอดเวลา เราจะไม่มีโอกาสสัมผัสโลกกว้างและค้นพบศักยภาพที่แท้จริงของตนเองเลย ดังนั้น การออกจาก Comfort Zone คือ รากฐานของการเติบโต จะเปิดโอกาสให้คุณได้พัฒนาและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

—ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ (Relationship Skills) ของ SEL คือเครื่องมือในการปรับตัวและเติบโต ฝึกความกล้าที่จะเผชิญความไม่คุ้นเคย ออกไปพบผู้คนใหม่ๆ วัฒนธรรมใหม่ๆ สร้างมุมมองเชิงบวกต่อการเปลี่ยนแปลง


การคิดซ้ำวนไปวนมากับความผิดพลาดหรือความล้มเหลวในอดีต เปรียบเสมือนการพยายามขับรถพุ่งไปข้างหน้า แต่สายตาจับจ้องมองแต่กระจกหลัง การยึดติดอยู่กับอดีตทำให้เราไม่เห็นสิ่งที่จะเกิดตรงหน้า ผมไม่ได้จะบอกว่าอย่าสนใจอดีต เพราะการเรียนรู้จากอดีตก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่การใช้ชีวิตอยู่แต่ในอดีตเพียงอย่างเดียวก็เป็นเรื่องที่อันตราย…

—ทักษะการจัดการตนเอง (Self-management) ของ SEL ช่วยให้เราเรียนรู้ที่จะปล่อยวาง (ในสิ่งที่คุณควบคุมไม่ได้) และกลับมาโฟกัสที่ปัจจุบัน เรียนรู้ที่จะตั้งจุดมุ่งหมายเพื่อไปข้างหน้า

“ความรู้สึกกลัว” เป็นเรื่องธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ สิ่งที่ผมอยากบอกคือ คุณต้องสังเกตดีๆว่า ความกลัวนั้นกำลังช่วยเป็นเกราะป้องกัน หรือกำลังเป็นกำแพงที่กักขังศักยภาพของตัวเรา

—ทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) เครื่องมือสำคัญในการแปลงพลังงานลบของความกลัว ลองฝึกสลับโหมด “ความกลัว” เป็น “ความอยากรู้” มองความไม่แน่นอนเป็นเวทีแห่งการผจญภัย

คำพูดที่ว่า “ถ้าฉัน…” หรือ “รู้งี้…” มันทำให้คุณติดอยู่ในลูปของความผิดพลาด ลองนึกภาพของนักวิ่งมาราธอนที่สะดุดล้มระหว่างกลางการแข่งขัน ถ้าเขาหยุดวิ่งและนั่งครุ่นคิดถึงการล้มนั้น ผมเชื่อว่าพวกเขาจะไม่มีวันวิ่งจนจบการแข่งขันแน่นอน..

—ทักษะการจัดการตนเอง (Self-management) เครื่องมือในการปลดปล่อยตนเองจากความครุ่นคิด ด้วยการฝึกทักษะการยอมรับและก้าวผ่านความผิดพลาด สร้างนิสัยการมองไปข้างหน้าแทนการยึดติดกับอดีต


ลองนึกภาพคุณขับรถโดยไม่หยุดพักและบำรุงรักษาเลย —ในที่สุดมันก็จะพัง จิตใจและร่างกายของเราก็เช่นกัน แน่นอนผมไม่เถียงว่า การทำงานเป็นสิ่งสำคัญ แต่การทำงานอย่างชาญฉลาดก็สำคัญเช่นกัน

—ทักษะการจัดการตนเอง (Self-management) เครื่องมือในการสร้างความสมดุล เรียนรู้ที่จะฟังสัญญาณความเหนื่อยล้าของร่างกายและจิตใจ พัฒนาทักษะการวางแผนและจัดลำดับความสำคัญ

การคิดว่าฉันคือคนเดียวที่กำลังเผชิญปัญหานี้อยู่ เปรียบเสมือนการยืนอยู่บนเกาะเล็กๆ ท่ามกลางมหาสมุทรแห่งความรู้สึกว่าไร้ทางออก

—ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ (Relationship Skills) เครื่องมือในการสร้างเครือข่ายสนับสนุน เรียนรู้ที่จะเปิดใจรับคำปรึกษาและประสบการณ์ รวมทั้งพัฒนาทักษะการสื่อสารและการขอความช่วยเหลือ

ความสงสารตัวเองเหมือนทรายดูด —ยิ่งคุณปล่อยตัวไปกับมันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งยากที่จะออกจากวังวนนั้น การรู้สึกสงสารตัวเองอาจดูเหมือนเป็นการตอบสนองที่ง่ายเมื่อคุณกำลังเผชิญกับอุปสรรคหรือความยากในชีวิต แต่เชื่อผมเถอะครับ “มันทำให้คุณติดอยู่กับที่”

—ทักษะการจัดการตนเอง (Self-management) ช่วยให้คุณมุ่งเน้นไปที่การแก้ปัญหา การค้นหาสาเหตุ และเปลี่ยนพลังงานของคุณไปสู่การลงมือทำที่จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากสถานการณ์แทนที่จะจมอยู่กับมัน


จุดอ่อนเปรียบราวกับเงาดำบนผืนกระดาษขาว หากจ้องมองเพียงจุดมืดนั้น เราจะพลาดเห็นพื้นที่อันกว้างใหญ่ที่เหลืออยู่เช่นเดียวกันหากเราโฟกัสที่จุดอ่อนของเรามากเกินไป เราจะตกอยู่ในกับดักที่ทำร้ายตัวเอง จงเน้นย้ำที่จุดแข็งแต่ใช้จุดอ่อนของคุณเป็นแนวทางในการเติบโตมากกว่าเป็นข้อจำกัด

—ทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness)  ช่วยให้คุณตระหนักรู้ทัศนคติที่ทำร้ายตัว เปลี่ยนโฟกัสมาสร้างความเชื่อมั่นบนรากฐานของจุดแข็ง มองจุดอ่อนเป็นโอกาสในการพัฒนา

การจินตนาการเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่ช่วยเชื่อมช่องว่างระหว่างจุดที่คุณอยู่และจุดที่คุณต้องการไป เปรียบเสมือนการเตรียมสมองของคุณให้พร้อมสำหรับความสำเร็จ ถ้าคุณสามารถจินตนาการว่าตัวเองบรรลุเป้าหมาย คุณก็มีแนวโน้มที่จะทุ่มเทความพยายามเพื่อไปถึงจุดนั้น

—ทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง (Self-awareness) ช่วยให้คุณตระหนักภาพเชิงลบ อุปสรรค หรือความกลัวล่วงหน้าทำให้คุณไม่กล้าจินตนาการต่อ ฝึกรู้ทันความคิด อารมณ์และความรู้สึกที่เปลี่ยนจินตนาการไปสู่การกระทำ เช่น เขียนรายการสิ่งที่หวังออกมา

ความล้มเหลวไม่ใช่ป้ายหยุด แต่เป็นทางเบี่ยง ลองนึกภาพชีวิตเหมือน GPS—เมื่อคุณเลี้ยวผิด มันจะคำนวณใหม่และหาเส้นทางใหม่ แทนที่จะมองความล้มเหลวเป็นเหตุผลให้ยอมแพ้ จงมองมันเป็นโอกาสในการปรับวิธีการของคุณ ความสำเร็จแทบไม่เคยเป็นเส้นตรง

 —ทักษะการตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible decision-making) เครื่องมือช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกอย่างสร้างสรรค์ ฝึกเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละตัวเลือก การขอมุมมองจากผู้อื่นอาจช่วยให้คุณมีตัวเลือกที่เพิ่มมากขึ้น


บทสรุป:  เหตุผลที่ทำให้คนยอมแพ้นั้นมีหลากหลายและซับซ้อน แต่ทั้งหมดล้วนเป็นอุปสรรคที่สามารถเอาชนะได้ด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง การตระหนักถึงกับดัก 12 เหตุผลที่ทำให้คนมักถอดใจ เหล่านี้และการปรับเปลี่ยนมุมมองในการเข้าหามัน จะช่วยให้คุณผ่านพ้นความท้าทายที่ยากที่สุดได้ จงจำไว้ว่า ความสำเร็จไม่ได้เป็นเส้นตรง แต่ด้วยความอดทน ความเชื่อมั่นในตนเอง และความเต็มใจที่จะเรียนรู้จากข้อผิดพลาด การยอมแพ้จะไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไปในการเดินทางของคุณ จงก้าวต่อไปข้างหน้า—สิ่งที่ดีที่สุดยังมาไม่ถึง

Source: https://sdtest.me/blog/16-reasons-people-give-up-on-their-goals

Picture of Armer Khanachang

Armer Khanachang

Founder at SELminder,

Share to

Related Posts

บทความล่าสุด

ความใจดีที่สมดุล ต้องมี “ตัวคุณ” อยู่ในสมการด้วย

ถ้าคุณกำลังดูแลคนอื่นจาก “ถังใจของตัวเองที่ว่างเปล่า” สิ่งที่ส่งออกไปนั้นไม่ใช่ความใจดีจริงๆ แต่คือความฝืนทนที่กำลังรอเวลานับถอยหลัง

เจาะลึก ‘กรวยแห่งอนาคต’

ความกังวลไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่คือสิ่งที่ต้อง “ทำความเข้าใจ” เมื่อเรามีทักษะ SEL ความกังวลจะเปลี่ยนเป็นสัญญาณที่ช่วยให้เราเติบโต