
“การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดเพียงแค่ด้านวิชาการเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมด้านอารมณ์และสังคมอีกด้วย”
ในยุคที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากผลกระทบของการปิดโรงเรียนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เด็กและวัยรุ่นทั่วโลกเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตอันเป็นผลมาจากความรู้สึกไม่แน่นอน ความกลัว ความโดดเดี่ยว และความเครียด (องค์การยูนิเซฟ, 2021) สถานการณ์นี้ได้จุดประกายให้หลายภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม หรือ Social and Emotional Learning (SEL) มากยิ่งขึ้น
SEL คืออะไร?
Social and Emotional Learning (SEL) คือ ทักษะสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนสามารถ:
- ทำความเข้าใจอารมณ์ของตนเอง
- จัดการกับอารมณ์ตนเองเชิงบวก
- สร้างความสัมพันธ์เชิงบวกกับผู้อื่น
- ตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ
- รับมือกับความท้าทายในชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญ (Elias, 2014; Jones & Kahn, 2017) ต่างเชื่อมั่นว่า การบูรณาการ SEL เข้าไปในชั้นเรียนจะนำมาซึ่งประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวสำหรับเยาวชน ไม่ใช่แค่ในรั้วโรงเรียน แต่ยังส่งผลต่อชีวิตหลังสำเร็จการศึกษาอีกด้วย ประโยชน์ของ SEL ที่สะท้อนผ่านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สุขภาพจิต และความเป็นอยู่ที่ดีของนักเรียน สามารถสรุปได้ดังนี้:
ผลลัพธ์จากการบูรณาการ SEL ในสถานศึกษา
1. พัฒนาการรับรู้และการจัดการตนเอง (Self-Awareness & Self-Management) SEL เป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนรู้จักและเข้าใจอารมณ์ของตนเอง รวมถึงสามารถจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดเจนคือ:
- เพิ่มประสิทธิภาพทางวิชาการและพฤติกรรมเชิงบวก: นักเรียนที่สามารถอ่านอารมณ์ทางสีหน้าได้อย่างแม่นยำและจัดการอารมณ์ตนเองได้เหมาะสม มักมีผลการเรียนที่ดีขึ้น มีปัญหาพฤติกรรมน้อยลง และแสดงพฤติกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น เช่น การแบ่งปันและการช่วยเหลือผู้อื่น
- ลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจิตในระยะยาว: การเรียนรู้เรื่องอารมณ์ตั้งแต่เด็กปฐมวัย ช่วยลดความรู้สึกเหงา เศร้า และวิตกกังวลในวัยที่โตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
- เสริมสร้างความยืดหยุ่นและลดความเครียด: นักเรียนทุกวัยที่สามารถควบคุมอารมณ์ และประเมินการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของตนเองได้ มักมีทักษะในการเผชิญกับปัญหาที่ดี ซึ่งช่วยลดอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวลในระยะสั้น
2. ปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Academic Achievement) SEL ส่งผลโดยตรงต่อผลการเรียนของนักเรียน ด้วยการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนรู้:
- เพิ่มความรับผิดชอบ: นักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรม SEL มีระดับความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนจากเกรด คะแนนสอบ การเข้าเรียน และการทำงานบ้านที่สำเร็จ
- ยกระดับคะแนนเฉลี่ย: ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่ได้รับทักษะ SEL เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับ และในระยะยาวพบว่ามีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าถึง 13%
3. ส่งเสริมสุขภาวะที่ดี (Healthy Well-being) และความปลอดภัยในโรงเรียน (Safe Schools) SEL ไม่เพียงช่วยพัฒนาด้านวิชาการ แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี:
- ลดความทุกข์ทางอารมณ์: นักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรม SEL มีรายงานความทุกข์ทางอารมณ์ลดลง และมีเจตคติเชิงบวกเกี่ยวกับตนเองและผู้อื่นมากขึ้น รวมถึงมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมลดลง
- สร้างความรู้สึกปลอดภัยและการเป็นส่วนหนึ่ง: นักเรียนที่ได้รับ SEL รายงานว่ารู้สึกปลอดภัยในห้องเรียน มีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับครู และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนมากขึ้น
- ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์: SEL ช่วยลดพฤติกรรมการรังแกผู้อื่นและพฤติกรรมก้าวร้าวในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทสรุป: การลงทุนเพื่ออนาคต
จากข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด การเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคมควรถูกรวมเข้าไปในหลักสูตรการเรียนรู้และเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของนักเรียน “การลงทุนใน SEL ไม่เพียงสนับสนุนผลลัพธ์เชิงบวกทั้งสามข้อที่กล่าวมาเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับชีวิตของพวกเขาในอนาคตด้วย”
References:
UNICEF. (2021). The State of the World’s Children 2021. Retrieved from https://www.unicef.org/reports/state-worlds-children-2021
Collaborative for Academic, Social, and Emotional Learning (CASEL). (2021).
What is SEL? Retrieved from https://casel.org/what-is-sel/
https://casel.org/fundamentals-of-sel/what-does-the-research-say/
https://kappanonline.org/social-emotional-learning-outcome-research-mahoney-durlak-weissberg/
https://ggie.berkeley.edu/student-well-being/sel-for-students-self-awareness-and-self-management/#tab__2








